Make your own free website on Tripod.com

Battle Handsome part 1

non yaoi / humour-action<อ้างอิงจากเรื่องBattle royale>

เมื่อโกโชมองการณ์ไกล โปรแกรมนรกนี้จึงได้เกิดขึ้นโดยให้หนุ่มหล่อ 5 คนจากงานตัวเองมาสู้กันเพื่อให้เหลือคนที่หล่อที่สุดเพียงคนเดียว นอกนั้นจะได้รับบทลงโทษที่น่ากลัวที่สุดไป การสู้อย่างหฤโหดจึงเกิดขึ้น
part 1*ปฐมบทของเกมส์ หนุ่มทั้ง 5 ถูกลักพาตัวโดยบุรุษตี๋ลึกลับ สังเวียนนี้อยู่ที่ห้างสรรพสินค้า?

  “อูย…”เสียงโอดครวญของชินอิจิตัดพ้อดังขึ้นหลังจากได้สติเนื่องจากรู้สึกมึนหัวอย่างแรงเหมือนเวลามีใครเอาระฆังมาตีข้างๆหู

“ฟื้นแล้ว!”เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆตัวชินอิจิด้วยความโล่งใจที่เห็นเขาลืมตา สองมือช่วยพยุงตัวให้ชินอิจิลุกขึ้นได้ง่ายเข้า

“ฮัตโตริ???นายมาอยู่นี่ได้ยังไง”

"คือว่า..."แต่ไม่ทันที่ฮัตโตริจะได้เอ่ยปากตอบ เสียงหนึ่งก็ดังขัดขึ้นมา

“ว่าไง ฟื้นสักทีนะ เจ้าชายนิทรา?”

“???นายเป็นใคร ทำไมหน้าของนายถึง???”

ชินอิจิถึงกับอึ่งกิมกี่เมื่อเหลือบไปเห็นผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องซึ่งมีหน้าตาเหมือนเขาเปี๊ยบยังกับเอากระจกมาส่องตัวเองยังไงยังงั้น น้ำเสียงท่าทีก็ดูขัดหูขัดตาคุ้นๆชอบกล

“ตอนแรกฉันก็ตกใจเหมือนกัน นึกว่านายไปอุตริกินยาที่ไหนจนแยกร่างได้อีก เขาเป็นคนแรกที่ฟื้นขึ้นมาชื่อคุโรบะ ไคโตะส่วนคนผมสีบลอนด์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาชื่อ…”

“…ฮาคุบะ ซึงุรุ”ชินอิจิจำเขาได้ตั้งแต่วันที่เจอกันที่งานชุมนุมนักสืบบนเขาที่คฤหาสน์แสงทองสนธยา มาถึงตอนนี้ท่าทางเก็กๆของเขาก็ยังครบถ้วนไม่เสื่อมคลาย

“เฮ้ ถ้าจะแนะนำตัวก็อย่าลืมฉันเซ่”ที่มุมมืดค่อยๆเผยร่างของเด็กหนุ่มอีกคนออกมา มีผมยาวรวบมัดไว้ สวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ปักตัวอักษรชัดเจนไว้กลางหลังว่า ชินเซ็น

“อ้าว? คุโด้ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีอย่างงั้นล่ะ? อ้อ สงสัยเรื่องอักษรนั่นหล่ะสิ เขาชื่อโอกิตะ โชซิ เป็นทายาทรุ่นที่…”

“พอๆ ฉันแค่กำลังคิดว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย จู่ๆตื่นขึ้นมาที่ไหนก็ไม่รู้แล้วดันมาเจอคนหน้าเหมือนฉันเปี๊ยบอีกเป็นโขยงแบบนี้!!!”

“ใช่แล้ว เพราะเหตุนี้ฉันถึงได้เรียกทุกคนมายังไงล่ะ”เสียงหนึ่งดังเข้ามาจากหน้าประตูห้องก่อนเสียงฝีเท้าจะค่อยๆสาวเข้ามาใกล้ เด็กหนุ่มทั้ง5ถอยหลังไปในระยะที่ปลอดภัยเพื่อจะคอยจับตามองผู้ที่กำลังเข้ามา แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่ชินอิจิคิดอยู่คือถ้ามีคนหน้าเหมือนเขาโผล่ขึ้นมาอีกสักคนเขาจะลาบวช แต่เดชะบุญที่พวกเราไม่ต้องเห็นพระเอกโหมดวิญญาณหัวโป๊งเหน่งเพราะผู้ที่เข้ามาเป็นชายวัยกลางคน หัวกระเซอะกระเซิง หลังแว่นตากรอบดำอันใหญ่มีเส้นโค้งที่สมมุติฐานว่าน่าจะเป็นลูกตาเขาอยู่2เส้น ในมือถือปากกาG-penที่ใหญ่โตกว่าตามท้องตลาด3-4เท่า ตัวด้ามมีตัวอักษรสีทองเขียนด้วยลายมือหวัดๆว่า วิเศษ

“ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่โปรแกรมนี้ BH อ้าวเฮ้ย!!พวกเธอจะไปไหน???”สุภาพบุรุษตี๋ร้องโวยวายพยายามหยุดคนทั้ง5ที่กำลังจะเดินออกจากห้องพร้อมลูกตาครึ่งเสี้ยว

“หน็อยแน่!!ไม่ฟังฉันเรอะ?ย้ากกกกก”เพียงเจ้าของวาดปากกาไปมาบนอากาศจู่ๆก็มีกำแพงอิฐมาตั้งบังประตูไว้ และเมื่อแกว่งไปมาขนานกับพื้นราบอีกครั้งพื้นที่พวกเด็กหนุ่มยืนอยู่ก็กลายเป็นลานน้ำแข็งขนาดย่อมส่งผลให้แต่ละคนลื่นไถลมาอยู่ที่เดิม ยกเว้นไคโตะที่ไถลไปไกลถึงหลังห้อง

“555ไม่มีใครหน้าไหนจะมาต่อต้านฉันได้”สุภาพบุรุษตี๋ชูไม้ชูมือพร้อมปากกาในมืออย่างมีชัยก่อนจะหลบก้อนหินหน้าตาพิลึกที่เกิดจากปลายปากกาของเขาเองร่วงลงมาเป็นพลันวัน เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ทุกอย่างเคลียร์ดีแล้วก็ค่อยๆคลานออกมาจากใต้โต๊ะใกล้ๆ

“อะแฮ่ม เอาล่ะ ฉันเป็นผู้คุมกฏที่นี่ และจะเป็นคนคอยคุมพวกเธอให้เล่นเกมส์นี้อย่างสนุกสนาน”

“เกมส์บ้าอะไร?ทำไมพวกเราจะต้องเล่นด้วย”เด็กหนุ่มผมยาวถามแทนทุกคนที่สงสัยในคำถามข้อเดียวกัน

“นี่คือเกมส์ BH หรือเรียกอีกนัยว่า Battle Handsome แต่นตะเล้นแถ้นนนนนน……”

หนุ่มใหญ่ออกไม้ออกมือไปตามจังหวะเพลงที่ตัวเองเปล่งออกมา ทุกคนทำตาครึ่งเสี้ยวอย่างอนาถใจผสมรัดทด

“อย่างชื่อโปรแกรมนี้ เพราะว่าเนื่องจากมีนักอ่านหลายๆคนบ่นมากันว่ามีคนหล่อๆที่หน้าซ้ำกันเยอะมาก บางคนถึงกับจำสับสนหรือไม่ก็ติติงมาว่าฉันโก่งค่าตัวให้คนเดียวเล่นหลายบทแค่เปลี่ยนทรงผมที่มันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ เฮ้อ เจ้าพวกนี้ก็แปลก คนหล่อๆหน้าตาดีๆไม่ยักกะอยากมองกัน คนมันวาดหล่อสุดได้แบบเดียวนี่หว่า อุตส่าห์แก้ปัญหาให้คนหล่อๆออกไปโหมดวิญญาณหมดแล้วแท้ๆยังไม่วายมีคนจ้องจับผิด…ห๊ะ? อะไรนะ อ้อ เปล่าๆ ไม่มีอะไรน่ะ เครียดเรื่องงานนิดหน่อย แหะๆ

อะแฮ่ม มาเข้าเรื่องต่อ และเพราะเหตุนี้เราจึงมีนโยบายประกาศใหม่ออกมา บัญญัติให้เกิดโปรแกรมนี้ขึ้นเพื่อกำจัดจุดด้อยข้อนี้ออกไปด้วยการที่พวกนายจะต้องสู้กันเองจนกว่าจะเหลือผู้ชนะที่หล่อที่สุดเพียงคนเดียว!!!”

เด็กหนุ่มทั้งห้องยังรักษาตาครึ่งเสี้ยวของตนไว้ด้วยหน้าตาเหม็นเบื่อ เรื่องอะไรที่พวกเขาจะต้องมาสู้กันเพราะเรื่องไร้สาระพรรณนี้

“จุ๊ๆๆถ้าทั้งหมดมันมีอยู่แค่นี้ก็ขาดแรงจูงใจจากพวกนายไปโข เหอๆ ความน่ากลัวที่แท้จริงของเกมส์นี้มันอยู่ที่นี่ต่างหาก”

ปากกาแท่งเดิมถูกชูขึ้นบนอากาศอีกครั้ง คราวนี้สุภาพบุรุษตี๋จงใจเผยให้เห็นตัวอักษรสีทองสะท้อนกับแสงไฟให้เห็นได้ชัด

“ใช่แล้ว อย่างที่พวกนายเห็น ฉันสามารถสร้างอะไรขึ้นมาให้เป็นจริงขึ้นมาได้ด้วยปากกาเล่มนี้ เกมส์นี้มีผู้ชนะได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้ที่แพ้ทั้งหมดจะถูกเขียนใบหน้าขึ้นมาใหม่ให้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ อับโชค วิโยคภัย สาวหนีไกล ไม่มีใครกล้าล้ำกราย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ ฮ่าๆๆๆๆๆ555555”เสียงหัวเราะอย่างสะใจแผดเข้าไปในแก้วหูทั้ง10ของคน5คน

“แต่เดี๋ยวก่อน!!!”ประโยคฮิตจากรายการทีวีขายของหลอกชาวบ้านภาคดึก”คนที่แพ้ เราจะมีของสมนาคุณให้ปากแหว่ง เพดานโหว่ ฟันหลอ ดั้งหัก มีไฝที่ปาก เอ้อ มีขนงอกออกมาอีก2เส้น 5555555”

“ฮ้าาาาาาาาาาา……!!!!!!!!!”หาใช่คำอุทานของเหล่ากระเทยไม่ แต่เป็นเสียงแสดงความหวั่นวิตกของหนุ่มหล่อทั้ง5ที่ดังขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เรื่องพวกนี้เป็นปัญหาใหญ่ยิ่งสำหรับพวกเขาผู้ที่มีหน้าตาไว้เก็กเป็นอาชีพรองนอกจากไขคดี เล่นดาบหรือขโมยของ โอ้จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใบหน้าหลังหมวกขาวบริสุทธิ์กลายเป็นเอ็ดดี้ผีน่ารัก ยิ่งมาตอนกลางคืนอย่างว่าแต่สาวไหนเลย แม้แต่นกพิราบยังจรลี้หนีไกลด้วยกลัวว่าผู้เป็นนายจะมาควักไส้ล้วงตับไปกิน ดอกกุหลาบที่เคยแจกเสมอมาก็ต้องเปลี่ยนเป็นดอกจันทน์แน่แท้ ไหนจะเวลาไขคดีที่กล้องชอบโคลสหน้าเข้าไปซูมใกล้ๆ คราวนี้อาจจะกลายเป็นว่าถ่ายในระยะ5กิโลเมตรเพื่อความเจริญหูเจริญตาของผู้รับชม พอจะคลี่คลายคดีคงต้องมีฉากกั้นส่องไฟจากด้านหลังเหมือนหนังตะลุงกันผู้ร้ายขวัญหนีดีฟ่อ แล้วยิ่งเข้าไปใหญ่ รันจะช็อคแค่ไหนเมื่อคนที่เฝ้ารอคอยกลับมากลายเป็นซอมบี้ผีลืมหลุม รันอาจจะลืมตัวไปอาละวาดหาผู้ร้ายที่คิดว่าฆ่าหมกศพเขาจนขึ้นอืดเน่าเฟะด้วยความเข้าใจผิด… สาวๆที่เคยวิ่งกรี๊ดเข้ามาหาเพราะความคลั่งไคล้จะกลายเป็นกรี๊ดวิ่งหนีเพราะความสยดสยอง ไม่ว่าเหตุผลใดแล้วแต่ ร้อยแปดล้านประการ เงื่อนไขนี้ล้วนเป็นอันตรายใหญ่หลวงของชีวิตคนทั้ง5นี้ทั้งสิ้น

“แต่นายบอกว่าจะจัดการคนที่หน้าเหมือนกันไม่ใช่เรอะ? ฉันกับซึงุรุก็ไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย”หนุ่มผิวคล้ำค้านขึ้น ชายเลี้ยงเหยี่ยวผยักเผยิดตามสนับสนุน หนุ่มอีกสามจ้องหน้าด้วยความเคียดแค้นที่ซิ่งเอาตัวรอด ชินอิจิถึงกับจะตัดเพื่อนเมื่อกลับไป

“เหอๆ ก็บอกว่าปฏิรูปๆก็ปฏิรูปสิฟะ ไม่ใช่ปฏิกูลที่จะทำชุ่ยๆได้ เอแบคโพลออกมาแล้วว่าถ้ามีชายหนุ่มที่หล่อที่สุดคนเดียว ความเด่นก็จะยิ่งมากเหมือนเอากุหลาบไปแซมดงดอกหญ้าย่อมงามและโดดเด่นกว่าอยู่ในวงดอกกุหลาบด้วยกัน เช็คสเปียร์กล่าวไว้เช่นนั้น”จากเอแบคไปลงเช็คสเปียร์ได้อย่างขุ่นๆจนน่าจะเช็คเปรี้ยงกลางแสกหน้าให้หายมั่ว

“ด้วยเหตุนี้นาก๊ะ ทุกคนต้องพยายามสู้กันเต็มที่เยย เพื่อคงความหล่อนี้ตลอดปายยยยย จุ๊กกรู แต่ห้ามโกงหรือถ่วงเวลาน้าาาาา ทุกโคนเห็นวงแหวนบนหน้าผากกันมั้ยเอ่ย?”เสียงดัดลวด ดัดก้าน ดัดจริตชวนพาไปหมกแถวพม่าเอ่ยปากเตือน ชายหนุ่มทุกคนต่างจับไปที่หน้าผากตัวเอง ตอนนี้แต่ละคนมีวงแหวนที่เหนือคิ้วเรียบร้อย รูปร่างแปลกๆคุ้นๆอย่างน่าสะพรึงกลัว ปากกานี้ร้ายจริงๆ สามารถทำได้โดยไม่มีใครรู้ตัวเลย

“เห็นม้าาาาา โอ้ย เหนื่อยว้อย แค่กๆ พูดธรรมดาดีกว่า ที่เห็นนี้เป็นวงแหวนเซ็นเซอร์ที่จะคอยบอกข้อมูลของพวกเธอมาที่ฉันตลอดเวลาว่าทุกคนอยู่ที่ไหน โดนจัดการไปรึยัง แต่อย่าพยายามทำโง่ๆอย่างทำลายหรือแกะออกเด็ดขาดเพราะว่ามันสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ อย่างนี้”สุภาพบุรุษตี๋หันไปสนใจจิ้งจกเคราะห์ร้ายเหนือประตูห้อง เพียงขยับปากกานิดหน่อยก็มีวงแหวนกระจุ๋มกระจิ๋มสไตล์เดียวอย่างพวกเขาคาดอยู่เหนือศรีษะ จิ้งจกมองอย่างงงๆว่ามนุษย์พวกนี้ทำบ้าอะไรกัน ร้องจกๆอยู่ดีๆจู่ๆก็หนักหัวขึ้นมาดื้อๆ

“นี่แหน่ะ ร้องน่ารำคาญดีนัก”สุถาพบุรุษตี๋กดปุ่มรีโมทในมือ บัดดลก็เกิดกลุ่มหมอกสีชมพูออกมาจากอัญมณีกลางวงแหวนคลุมหัวจิ้งจกดวงกุดนั่นมิด ไม่นานหมอกเริ่มจาง ความสยองสยดคล่อยๆแผล็มออกมาเผยให้เห็นจิ้งจกที่อัปลักษณ์ที่สุดในจักรวาล ทุกคนในห้องร้องขึ้นมาอย่างสยดสยองปนกับเสียงหัวเราะอย่างสะใจของบุรุษตี๋

“555 อย่างที่เห็น ใครโกงจะเจอเจ้านี่โดยอัตโนมัติ คนแพ้ก็จะเจอเหมือนกัน555 และอย่าพยายามถ่วงเวลาเพราะว่าเกมส์นี้มีกำหนด12ชม.หากไม่มีผู้ชนะวงแหวนทุกอันก็จะทำงาน น่าเกลียดทุกคนเยย ดีๆ เราจะได้วาดตัวเราหล่อๆลงไปเป็นพระเอกแทน ฮี่ๆ”

ทั้ง5เริ่มเห็นแววหายนะของการ์ตูนที่พวกตนสังกัดเล่นอยู่

“คราวนี้สังเวียนที่ทุกคนต้องมาฉะกันคือห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ไม่ต้องห่วง ฉันเหมาไว้หมดแล้ว เอ่อ อ้าว ไม่เชื่อเรอะ? โธ่ เออๆ จริงๆฉันแอบเข้ามาเองล่ะเลยเล่นได้เฉพาะตอนกลางคืน12ชม.นี้ไง มองอะไร?รู้มั้ยแค่ค่าสเปรย์ยาสลบกระป๋องล่ะเท่า

ไหร่?เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจมันห่วยจะแย่ จ้างคนงานก็ไม่ได้ ต้องแบกพวกนายทุกคนมาเองกว่าจะครบก็แทบกระอัก เนี่ย เพราะรัฐบาล…เอ๋ อะไรนะ อ๋อ เข้าเรื่องต่อ เอ้อๆโทษๆ อะแฮ่ม แหะๆ ต่อๆ เอานะ ห้างสรรพสินค้ามีทั้งหมด10ชั้นทุกๆชม.จะมีชั้นอันตรายเพิ่มขึ้นทีละชั้นโดยไล่ไปตามความสูง อย่างชั้นใต้ดินก่อนแล้วไปชั้น1 2 3 เรื่อยๆ และจะหยุดลงที่ชั้น9 หากว่าถึงเวลาของเขตอันตรายแต่ละชั้นแล้วแต่พวกนายยังต้วมเตี้ยมกันอยู่แถวนั้นวงแหวนนี่ก็จะทำงานเองอยู่ดีนั่นแหละ เหอๆ เอาละ มีอะไรจะถามก่อนเริ่มเกมส์อีกมะ? เอ้อ เจ้าไคโตะ ไอ้อุปกรณ์ทั้งหลายทั้งแหล่ในเสื้อแกฉันเอาออกมาหมดแล้วนะ เพราะฉนั้นจะไม่มีใครได้เปรียบกว่าใคร เฮ้อ ยัดใส่เข้าไปได้ไงฟะเป็นลังๆ”

“เอ่อ ครับ หมายความว่าพวกเราต้องฆ่ากันจนเหลือคนสุดท้ายเหมือนในเรื่องBattle royalใช่มั้ยครับ?”โอกิตะซักขึ้น นิ้วโป้งที่พักอยู่บนฝักดาบค่อยๆดันกระบังดาบขึ้นมาเผยแววเหล็กกล้าคมกริบวาววับให้อีก4หนุ่มสันหลังวาบ

“โอ้ย จะบ้าเรอะ? ฉันวาดพวกนายมาแทบตายจะให้ฆ่ากันหมดได้ไง?แล้วฉันจะเอาอะไรกินล่ะ เอาแค่ทำให้อีกฝ่ายหน้าตาทุเรศๆหมดหล่อจนถึงขนาดที่เซ็นเซอร์บนวงแหวนพอใจเดี๋ยวมันก็ทำงานเองแหละ วู้!! ฉันว่าฉันก็ไม่ได้ให้นายบ้าเลือดมากมายนะเจ้าซูชิ เอ้า ออกไปทีละคน เริ่มเกมส์ได้!!!”

สุภาพบุรุษตี๋โบกมือไล่หย็อยๆเป็นสัญญาณเปิดเกมส์ นาฬิกาตั้งโต๊ะโปเกเรือนละ400เยนถูกกดขึ้นประหนึ่งตั้งเวลาปลุก ทั้ง5ต่างสมเพชที่ตัวเองต้องหลุดเข้ามาในเกมส์เห่ยๆพรรคนี้ แต่เพื่อศักดิ์ศรีและความหล่อทุกคนต่างก็ทุ่มเทใจไปตั้งแต่ฟังคำอธิบายเริ่มแรกนั่นแล้ว แต่ละคนค่อยๆทยอยออกไปกันจนหมดเหลือสุภาพบุรุษตี๋นั่งซดมาม่าอยู่คนเดียวในห้องก่อนจะเลิกคิ้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ บุรุษตี๋จึงเร่งรุดไปที่ทางเดินและตะโกนเสียงอู้อี้ตามประสาคนอมมาม่าไว้เต็มปากว่าให้ระวังวงแหวนที่อยู่บนหัวด้วยเพราะยืมมาจากสาวน้อย5นางกลุ่มหนึ่งที่พยายามปราบเหล่าร้ายด้วยกระโปรงสั้นจู๋และคิดว่าวงแหวนเล็กๆบนหัวสามารถปกปิดหน้าตาที่แท้จริงของพวกเธอได้…

***

To be continued